โดน YC ปฏิเสธ แต่กลับมาใหม่อีก 3 เดือนและได้เข้าในที่สุด บทเรียนจาก Solo Founde
เรื่องราวของ Solo Founder ที่เคยโดน Y Combinator ปฏิเสธ ก่อนกลับมาใหม่พร้อมรายได้ที่เติบโตขึ้นและได้รับการตอบรับในที่สุด พร้อมบทเรียนสำคัญเรื่อง Founder-Market Fit, Product-Market Fit และสัญญาณจากลูกค้าจริงที่ Startup ไม่ควรมองข้าม
มีโพสต์หนึ่งใน Reddit r/SaaS ที่ผมว่าให้บทเรียนเรื่อง Startup ได้ดีมากครับ

Image source: Reddit r/SAAS
เจ้าของโพสต์ชื่อ Yahia Bakour อายุ 27 ปี เป็น Solo Founder ที่เพิ่งได้รับการตอบรับเข้า Y Combinator (YC) รุ่น S26
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่การได้เข้า YC แต่คือเส้นทางก่อนหน้านั้นครับ
ก่อนทำบริษัทปัจจุบัน
เขาเคยสร้างและขาย Startup มาแล้ว 2 ตัว ตัวแรกมีผู้ใช้งานประมาณ 250,000
คน และทำรายได้ราว $25,000 MRR ก่อนขายกิจการ
ตัวที่สองก็ขายได้เช่นกัน แต่เขาบอกว่าเจอปัญหาที่เรียกว่า Founder-Market Fit
หรือพูดง่าย ๆ คือ ธุรกิจอาจ work แต่ตัวผู้ก่อตั้งไม่ได้อินกับตลาดนั้นจริง ๆ จนไม่อยากใช้เวลาอีกหลายปีอยู่กับมัน
ผมว่าประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะหลายคนชอบพูดถึง Product-Market Fit แต่จริง ๆ แล้ว Founder-Market Fit ก็สำคัญไม่แพ้กัน
ไอเดียธุรกิจเริ่มจากความรำคาญเล็ก ๆ
จุดเริ่มต้นของบริษัทปัจจุบันง่ายมากครับ
เขาสมัครใช้ B2B Software หลายตัว
แล้วเจอ onboarding แบบเดิมซ้ำ ๆ
- ชื่อบริษัท
- โลโก้
- อุตสาหกรรม
- เว็บไซต์
ทั้งที่ข้อมูลพวกนี้สามารถดึงจาก domain email ได้อยู่แล้ว เขาเลยสร้าง API ที่รับ domain แล้วคืนข้อมูลบริษัทออกมาแบบ structured
ซึ่งเวอร์ชันแรกนั้น...
- พัง
- ข้อมูลมั่ว
- Edge case เพียบ
- ระบบล่มบ่อย
แต่เขาก็ launch อยู่ดี และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นน่าสนใจมาก
ลูกค้าบ่นเยอะ อาจเป็นสัญญาณที่ดีกว่าลูกค้าเงียบ
ช่วงแรกแทบไม่มีใครสนใจ แต่หลังจากนั้นบริษัทใหญ่ระดับ Fortune 100 เริ่มเข้ามาลองใช้
พวกเขาส่งอีเมลยาวมาก อธิบายว่าระบบพังตรงไหน ข้อมูลผิดตรงไหน ฟีเจอร์อะไรที่ขาด บลา ๆ ๆ
แต่ที่แปลกคือ... พวกเขาไม่เลิกใช้ ยังใช้งานต่อ และยังส่ง feedback กลับมาเรื่อย ๆ
เจ้าของโพสต์บอกว่านี่อาจเป็นสัญญาณ Product-Market Fit ที่ดีที่สุดที่เขาเคยเห็น เพราะถ้าลูกค้าไม่สนใจจริง
เขาจะไม่เสียเวลาพิมพ์อีเมลยาว ๆ มาด่าคุณ เขาจะหายไปเฉย ๆ
ผมว่าตรงนี้เป็น insight ที่โคตรดี บางครั้งลูกค้าบ่น อาจเป็นสัญญาณที่ดีกว่าลูกค้าเงียบ
โดน YC ปฏิเสธ แต่ไม่เชื่อว่า YC ถูก
พอธุรกิจเริ่มโต เขาตัดสินใจสมัคร YC (Y-Combinator แหล่งเพาะบ่มสตาร์ทอัพระดับสุดยอดของโลก) ซึ่ง Sam Altman CEO ของ OpenAI ก็เคยเป็นเป็น CEO ของที่นี่)
เขาใช้เวลาทำใบสมัครเป็นอาทิตย์ พอสัมภาษณ์เสร็จ โดนปฏิเสธ...
เขาเชื่อว่า YC มองผิด เพราะตอนนั้นมีลูกค้าจ่ายเงินจริงแล้วเป็นร้อยราย (เห็นไหมครับว่าบางทีเราก็น่ามีความหนักแน่นในสิ่งที่ทำ ถ้าเราเห็นว่ามันเป็นไปได้จริง ๆ)
หลักจากนั้นเลยกลับไปทำงานต่อ
โดยอีก 3 เดือนต่อมา รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
แล้วสมัครใหม่อีกรอบ คราวนี้ใช้เวลาเขียนใบสมัครแค่ 20 นาที
และได้เข้า YC ในท้ายที่สุด
คำแนะนำที่น่าสนใจ
มีหลายข้อที่เขาแชร์เกี่ยวกับ YC แต่ข้อที่ผมชอบที่สุดไม่เกี่ยวกับ YC เลย มันคือประโยคนี้ครับ
"If people spend time telling you why your product sucks instead of simply leaving, they probably want it to exist."
ถ้าคนยอมเสียเวลาบอกว่าของคุณแย่ตรงไหน แทนที่จะเดินหนีไปเฉย ๆ
มีโอกาสสูงมากที่เขาอยากให้มันมีอยู่จริง ผมว่า Founder หลายคนตีความ feedback ผิดครับ
พอเจอ complaint ก็คิดว่า product ไม่เวิร์ก ทั้งที่บางครั้ง complaint คือสัญญาณว่าปัญหานั้นสำคัญมากพอที่ลูกค้าจะยังสนใจอยู่
สรุป
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงบทเรียนคลาสสิกของ Startup เลยครับ
อย่าเพิ่งรีบมองหา Product-Market Fit ถ้าคุณยังไม่มี Founder-Market Fit
และอย่าเพิ่งตกใจเวลาลูกค้าบ่น เพราะลูกค้าที่เงียบหายไป
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ? เคยเจอเคสที่ลูกค้าบ่นหนักมาก แต่สุดท้ายกลายเป็นลูกค้าที่อยู่กับเรานานที่สุดบ้างไหม?
หรือเคยโดนปฏิเสธจากอะไรบางอย่าง แล้วกลับมาใหม่จนสำเร็จในภายหลังหรือเปล่า?
คอมเมนต์มาแชร์กันได้ครับ
ที่มา
https://www.reddit.com/r/SaaS/comments/1tuq1eu/got_accepted_into_yc_as_a_solo_founder_my_story/